รีวิวและจำหน่ายสินค้าไอที Sony เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอินเทรนด์ LCD TV หูฟัง ชุดโฮมเธียเตอร์ คอมพิวเตอร์ โซนี่ แอลซีดี ทีวี เครื่องเสียง เครื่องเล่น mp3 Macbook Macbook Air
ค้นหา
วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555
การเลือกซื้อเครื่องเสียง
หลายๆ คนที่กำลังมองหาเครื่องเสียงคู่ใจ เอาไว้เปิดเพลงฟัง หรือดูหนังเรื่องโปรดที่บ้าน คอนโด หรือห้องพักตนเอง ในวันหยุดพักผ่อน หรือเพื่อความบันเทิงใจ แต่หลายๆ คนก็ ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเครื่องเสียงแบบไหน หรือยี่ห้ออะไรดี วันนี้ผมมีข้อแนะนำดีๆ ให้ท่านผู้อ่าน ที่กำลังจะซื้อเครื่องเสียง ได้นำไปเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ ก่อนที่จะซื้อเครื่องเสียงกันนะครับ
ศึกษาภาพรวมก่อน
ก่อนอื่นเราควรที่จะ รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องเสียง เช่น เราต้องการเครื่องเสียงขนาดใด ใหญ่หรือเล็กแค่ไหน กำลังขับประมาณเท่าไหร่ ต้องการเครื่องเสียงที่ฟังเพลงได้อย่างเดียว หรือเครื่องเสียงที่สามารถอ่านได้ทั้งแผ่น CD, VCD และ DVD พื้นที่ในการจัดวางที่ห้องของเราเป็นอย่างไร ดีไซน์ และคุณภาพเสียงที่เราพอใจแค่ไหน
เครื่องเสียงมีมากมายหลายยี่ห้อ หลากหลายสเปคและดีไซน์ สร้างความสับสนแก่ผู้บริโภคได้พอสมควร หลายคนถึงกับต้องเปรียบเทียบเครื่องเสียงในแต่ละร้าน แต่ละยี่ห้อ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร บางคนก็เน้นไปที่คุณภาพของเครื่องเสียง แต่บางคนก็เน้นไปที่ดีไซน์ของเครื่องเสียง มากกว่าคุณภาพเสียง อาจจะเป็นเพราะมี Loyalty ต่อยี่ห้อนั้นๆ อยู่แล้ว ทำให้ทัศนคติในเรื่องอื่นๆ ต่อยี่ห้อนั้นๆ ดีตามไปด้วย ภาษาทางวิชาการ หรือทางจิตวิทยาเค้าเรียกว่า “Halo effect” ครับ ก็ไม่เป็นไร ของอย่างนี้มัน นานาจิตตัง ครับ
แต่ผมก็เชื่อว่า ยังมีอีกหลายๆ คนที่เป็นแบบผมครับ กล่าวคือ ให้ความสำคัญกับความเป็นจริง มากกว่าทัศนคติส่วนตัว อย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้ว คือ ซื้อที่คุณภาพของสินค้า ไม่ใช่เพราะยี่ห้อหรือดีไซน์ บางยี่ห้อดีไซน์สวยงาม แต่คุณภาพไม่ค่อยดี แต่บางยี่ห้อก็ได้ทั้งคุณภาพดี และดีไซน์ที่สวยงาม ตามมาดูกันเลยครับ
แนวทางการเลือกซื้อเครื่องเสียง
1.ประสิทธิภาพในการอ่านแผ่น หัวอ่านแผ่นของเครื่องเสียงทุกวันนี้ ส่วนใหญ่สามารถอ่านแผ่นได้ทุกรูปแบบ ไล่เรียงตั้งแต่แผ่น CD-R, CD-RW, ไปจนถึง แผ่น DVD-R, DVD-RW, DVD+RW หัวอ่านแผ่นบางยี่ห้ออย่างเช่นยี่ห้อที่ผมใช้ สามารถอ่านแผ่นที่เขียนข้อมูลแบบ Multi session ได้ ทนทาน อ่านแผ่นได้อย่างละเอียด มีเสถียรภาพ เที่ยงตรง แม่นยำ เรียกได้ว่าคุ้มค่าจริงๆ นอกจากนี้ยังสามารถจดจำตำแหน่งที่เรากด Stop หรือหยุดการเล่น แล้วสามารถนำมาเล่นในวันต่อๆ มาโดยเครื่องจะเริ่มเล่น ณ จุดที่เรากดหยุดจากวันก่อนได้เลย ฟังก์ชั่นนี้จากที่ผมได้ทดสอบ สามารถใช้ได้ทั้งแผ่น VCD และ DVD ถ้าคุณผู้อ่านได้เครื่องเล่นในแบบที่ผมเล่นอยู่นี้ ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียวครับ
2.คุณสมบัติ เครื่องเสียงรุ่นใหม่ๆ บางรุ่นก็จะมีฮาร์ดดิสก์หรือหน่วยความจำในตัว สามารถโหลดเพลงที่เราชื่นชอบ ไปเก็บไว้ในหน่วยความจำ ได้เป็นหลายร้อยเพลง หรืออาจจะมากถึงหลักพันเพลง แล้วเราก็สามารถเปิดฟังเพลงได้สะดวกมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเอาซีดีเพลงมาเปิดหลายๆ รอบ ส่วนเครื่องเสียงที่ใช้หัวอ่านแผ่น อย่างที่ผมได้บอกบางส่วนแล้วในข้อแรกครับ หัวอ่านแผ่นของเครื่องเสียงที่ดี ควรจะมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
2.1 อ่านแผ่นได้ทุกแผ่น ตั้งแต่แผ่น CD-R, CD-RW, ไปจนถึง แผ่น DVD-R, DVD-RW, DVD+RW
2.2 อ่านแผ่นได้อย่างมีเสถียรภาพ เที่ยงตรง ละเอียด ต่อเนื่องและทำงานอย่างแม่นยำ ส่วนใหญ่ที่โฆษณาตามท้องตลาด ที่บอกว่าสามารถอ่านได้ทุกแผ่น แม้แผ่นที่เป็นรอย ก็จริงส่วนหนึ่งครับ และทุกยี่ห้อก็มีความสามารถเช่นเดียวกัน แต่เราก็ไม่ควรจะเชื่อคำโฆษณาที่ว่า สามารถอ่านแผ่นได้ทุกแผ่น 100% ไปซะทีเดียว เพราะหัวอ่านแผ่นทุกยี่ห้อทำงานโดยแสงเลเซอร์ ที่อยู่บนพื้นฐานของแสงเช่นเดียวกับแสงชนิดอื่นๆ ถ้ามีอะไรไปทำให้แสงเกิดการหักเหของแสง การส่งผ่านข้อมูลที่อยู่บนแผ่น CD หรือ DVD ก็เกิดการผิดพลาดได้เช่นเดียวกัน ขอให้เราเลือกยี่ห้อที่มีประสบการณ์ยาวนาน และน่าเชื่อถือดีกว่า เพราะเราต่างก็เห็นๆ กันอยู่ว่า หลายยี่ห้อที่อวดอ้างว่าสามารถอ่านได้ทุกแผ่น พอได้ใช้งานจริงๆ กลับอ่านแผ่นสะดุด ตกร่องไปอย่างไม่เป็นท่า และก็ไม่มีเสถียรภาพเอาเสียเลย แถมยังมีสัญญาณรบกวนในระดับสูงอีกด้วย ลองไปตัดสินใจกันเอาเองก็แล้วกันครับ
3.กำลังขับ เราควรยึดเอามาตรฐานกำลังขับแท้กันดีกว่าครับ ข้อสังเกตุ คือมันจะลงท้ายด้วย RMS ไม่ใช่ PMPO กำลังขับ 100 วัตต์ RMS มีกำลังอัดพอที่จะทำให้กระจกประตู หรือหน้าต่าง สั่นเทือนได้อย่างรุนแรงเช่นเดียวกันครับ ส่วนค่าที่ลงท้ายด้วย PMPO เป็นเพียงการวัดค่าสูงสุดของกำลังขับ ณ ขณะใดขณะหนึ่งเท่านั้น ก็ลองไปเลือกซื้อตามความชอบและพอใจครับ กำลังขับระหว่าง 10-50 วัตต์ RMS กำลังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ถ้าชอบแบบหนักแน่นหน่อยก็หาแบบกำลังขับ 100 วัตต์ RMS ขึ้นไป
4.คุณภาพเสียง การทดสอบคุณภาพเสียงของเครื่องเสียงให้ลองเสียงด้วยเพลงที่มีมิติความลึกของเสียงเพลง และมีเสียงของเครื่องดนตรีหลายๆ ชิ้น เป็นตัวชี้วัดได้เป็นอย่างดีครับ เพราะแอมป์ของแต่ละยี่ห้อสามารถขยาย ส่งผ่าน และเก็บรายละเอียดของเสียงได้ไม่เท่ากัน ลองเอาเกร็ดนี้ไปใช้ดูครับ
5.ขนาดและดีไซน์ ก็เลือกเอาตามที่ใจเราชอบครับ แล้วก็ดูขนาดพื้นที่ในการจัดวางที่ห้องเราซักนิดนึง หรือบางที เรามีพื้นที่นิดเดียว ถ้าใจรักหรือชอบเครื่องเสียงรุ่นใหญ่ๆ ซื้อเผื่อไว้ อนาคตได้ย้ายไปในห้องที่ใหญ่ขึ้น ก็ไม่เป็นไรครับ ตามความสะดวก
6.ราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ เมื่อเรารู้แนวทางการเลือกเครื่องเสียงทั้ง 4 ข้อ อย่างที่ผมกล่าวมานี้ ก็ให้เปรียบเทียบ สเปคและราคาของแต่ละยี่ห้อในท้องตลาดได้เลยครับ
7.การบริการ พนักงานควรเอาเพลงที่เหมาะสมมาทดสอบให้เราฟัง อย่างโปร่งใสและกันเองครับ เครื่องเสียงบางยี่ห้อฟังเพลงแบบธรรมดาทั่วไปได้ แต่พอเจอเพลงที่มีคลื่นความถี่ต่ำ หรือสูงมากๆ โดยเฉพาะ แนวเพลง pop และ hiphop ที่กำลังเป็นที่นิยม กลับตอบสนองได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะเครื่องเสียงที่ดี ต้องมีช่วงการตอบสนองของย่านความถี่ยิ่งกว้างยิ่งดีครับ และสุดท้ายก็คือการบริการหลังการขาย ควรจะเป็นมาตรฐานที่ดีของทุกธุรกิจครับ.
